สมาร์ทวอทช์ ของผู้หญิง ควรซื้อแบรนด์ไหนจึงจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของสาวๆที่สุด

สมาร์ทวอทช์ ของผู้หญิง ไอเท็มที่กำลังฮอตฮิตในตอนนี้ เพราะนอกจากจะใช้เจ้านาฬิกาอัจฉริยะเพื่อบอกเวลาแล้ว มันยังมาพร้อมฟังก์ชันต่างๆ มากมาย เพื่อให้เลือกใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของสาวๆ แต่ละคนด้วย

โดยหากสาวๆ จะซื้อสมาร์ทวอทช์สักเรือน ควรพิจารณาจากฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก เพราะสมาร์ทวอทช์แต่ละรุ่นก็จะมีฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกัน อาทิ นับก้าวเดิน วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดระดับออกซิเจนในเลือด หรือมีระบบติดตามการนอน เป็นต้น

นอกจากนี้ ดีไซน์ของสมาร์ทวอทช์ก็มีความสำคัญเช่นกัน สาวๆ สามารถเลือกดีไซน์ของนาฬิกาอัจฉริยะที่ต้องการจะซื้อได้ตามใจชอบ เพราะมีทั้งแบบหน้าปัดทรงกลม หน้าปัดทรงเหลี่ยม หรือสีสรรต่างๆ ของตัวเรือน ก็ล้วนมีให้เลือกมากมาย

ที่สำคัญ ต้องอย่าลืมพิจารณาคุณภาพของสมาร์ทวอทช์ด้วย ว่าใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานหรือไม่ สามารถทนแรงกระแทกได้หรือไม่ และกันน้ำได้หรือไม่ รวมทั้งเมื่อสวมแล้วต้องให้ความรู้สึกสบายที่ข้อมือด้วย

สมาร์ทวอทช์ ของผู้หญิง แบรนด์ไหนดี?

1. แบรนด์ XIAOMI Mi Smart Band 5 – เป็นสมาร์ทวอทช์ขนาดเล็กที่มาพร้อมฟังก์ชันมากมาย เช่น รองรับการออกกำลังกาย 11 โหมด ช่วยวิเคราะห์ความเครียด วัดการนอนหลับ และวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1,290 บาท

2. Realme Watch – สมาร์ทวอทช์ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่และมีความละเอียดสูง สามารถเปลี่ยนดีไซน์หน้าปัดได้ มาพร้อมฟังก์ชันโหมดออกกำลังกาย 14 โหมด วัดระดับออกซิเจนในเลือด วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และยังมีระบบการแจ้งเตือนอัจฉริยะ รวมทั้งปุ่มสำหรับควบคุมเพลง และกล้องมือถือ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2,499 บาท

3. HUAWEI Watch Fit – สมาร์ทวอทช์ที่มีหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ให้ภาพคมชัดและสีสันสดใส รวมทั้งสามารถเปลี่ยนธีมหน้าปัดได้ มาพร้อมฟังก์ชันโหมดออกกำลังกาย มากถึง 96 โหมด ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,499 บาท

4. OPPO Watch Series – สมาร์ทวอทช์หน้าจอโค้งมน มาพร้อมฟังก์ชันประมวลผลการออกกำลังกาย วัดอัตราการเต้นของหัวใจ การแจ้งเตือนข้อความ และฟังเพลงออนไลน์ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 5,990 บาท

5. Garmin Venu SQ Music Sport Watch – สมาร์ทวอทช์ที่กันน้ำได้ถึง 50 เมตร มาพร้อมฟังก์ชัน ทั้งโหมดออกกำลังกาย โหมดติดตามสุขภาพ และยังสามารถโหลดเพลง เพื่อฟังขณะออกกำลังกาย โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 8,490 บาท

6. Fitbit Versa 3 – เป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีจอแสดงผลแบบ AMOLED และมี GPS ในตัว เพื่อติดตามการก้าวเดิน การวิ่ง การปั่นจักรยาน และวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แบบตลอด 24 ชั่วโมง และยังรองรับระบบผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ รวมทั้งสามารถจัดเก็บเพลงและเล่นเพลงได้ด้วย มาพร้อมสายรัดน้ำหนักเบา ทำให้สวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย กับแบตเตอรี่สุดอึด ใช้งานได้นานกว่า 6 วัน และชาร์จไวเพียงแค่ 12 นาที ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 9,190 บาท

7. Samsung Galaxy Watch Active 2 – สมาร์ทวอทช์แบบหน้าปัดวงกลม ที่สามารถเลือกขนาดของหน้าปัดนาฬิกาได้ 2 ขนาด คือ 40 มม. และ 44 มม. รวมทั้งสามารถเปลี่ยนหน้าปัดได้ด้วย มาพร้อมฟังก์ชันช่วยติดตามการออกกำลังกาย 39 กิจกรรม ช่วยติดตามสุขภาพ และยังเชื่อมต่อได้แบบไม่ต้องพกโทรศัพท์ ทนน้ำ ทนเหงื่อ และมี GPS ในตัวด้วย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 11,900 บาท

8. Apple Watch Series 6 – สมาร์ทวอทช์ที่มีหน้าจอแบบ Retina เปิดใช้แสงสว่างตลอดเวลา และยังเพิ่มความสว่างมากกว่าเดิม 2.5 เท่า ช่วยให้มองเห็นได้ชัดขึ้นแม้อยู่กลางแจ้ง มาพร้อมโปรเซสเซอร์ 64 บิตดูอัลคอร์ใหม่ จึงทำงานได้เร็วขึ้นถึง 20% มีหน้าปัดแบบใหม่ๆ ให้ปรับแต่งได้ เคสใหม่ และสายรัดใหม่ที่สวยงาม มาพร้อมฟังก์ชันวัดระดับออกซิเจนในเลือด และการแจ้งเตือน เมื่อร่างกายมีระดับออกซิเจนที่ต่ำเกินไป ระบบติดตามการนอนหลับ ที่ช่วยตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และเครื่องวัดความสูง สำหรับการเดินป่าและการปีนเขาด้วย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 13,400 บาท

9. Fitbit Sense – มาพร้อมกับหน้าจอแบบ AMOLED ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และตกแต่งด้วย Corning Gorilla Glass 3 พร้อมตัวเลือกการใช้งาน เพื่อเปิดแสงหน้าจอไว้ตลอดเวลา โดยสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ใช้วัสดุคือ อะลูมิเนียมและสแตนเลสสตีลคุณภาพสูง กับสายรัด Sense band ที่มีน้ำหนักเบา มาพร้อมฟังก์ชัน ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ และวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด แบบตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนระบบ Android เพื่อรับโทรศัพท์ ตอบข้อความ และสตรีมเพลงได้อีกด้วย

10. Huawei Watch 2 Sport – สมาร์ทวอทช์ที่มีระบบ GPS ในตัว และรองรับการเชื่อมต่อ 4G แบบสแตนด์อโลน ช่วยให้ออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ มาพร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมาย และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 25 วัน

11. Michael Kors Sofie Smartwatch (Gen 4) – สมาร์ทวอทช์ที่ใช้ CPU Snapdragon 2100 ซึ่งช่วยเรื่องการทำงานที่รวดเร็ว มาพร้อมฟังก์ชันติดตามการออกกำลังกาย วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และพื้นที่เก็บข้อมูล เพลง และแอปพลิเคชัน จำนวน 4 GB โดยสามารถสวมใส่สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ ในสไตล์เครื่องประดับได้ด้วย

12. Kate Spade Scallop 2 – เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ดูดีมีสไตล์ มีรูปลักษณ์เพรียวบางเพียง 9 มม. กับหน้าจอสัมผัสขนาด 42 มม. และแบตเตอรี่ที่ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 24 ชั่วโมง มาพร้อมฟังก์ชันการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟน และการสั่งงานด้วยเสียง ในระบบ Google Assistant โดยรุ่นนี้ใช้ระบบ Wear OS ของ Google และมีพื้นที่เก็บข้อมูล 4 GB สำหรับจัดเก็บเพลง และแอปพลิเคชัน